คอนโด Low Rise หรือ High Rise ปี 2026 แบบไหนดีกว่า?
ในปี 2026 ตลาดคอนโดมิเนียมของไทยมีการเติบโตและแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่และรายใหม่ที่ต้องการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปของคนเมือง ทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะ คอนโด Low Rise และ คอนโด High Rise ที่เป็นรูปแบบหลักในตลาด แต่ละแบบมีข้อดี ข้อเสีย และจุดเด่นที่แตกต่างกัน
คำถามสำคัญคือ ปี 2026 ควรเลือกแบบไหนถึงจะเหมาะกับคุณ? บทความนี้จะพาคุณวิเคราะห์แบบลงลึก เปรียบเทียบทุกประเด็นแบบเข้าใจง่าย และให้คำตอบที่ “ใช่” มากที่สุดสำหรับการตัดสินใจซื้ออยู่เองหรือเพื่อการลงทุน
คอนโด Low Rise คืออะไร? จุดเด่นที่ทำให้หลายคนยังหลงรัก

คอนโด Low Rise ส่วนใหญ่มีจำนวนชั้นไม่เกิน 8 ชั้น เน้นความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศผ่อนคลายคล้ายอยู่บ้านมากกว่าคอนโดขนาดใหญ่
จุดเด่นของคอนโด Low Rise
- ความเป็นส่วนตัวสูงกว่า ด้วยจำนวนยูนิตที่น้อย ทำให้คนไม่หนาแน่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบในการอยู่อาศัย
- ไม่ต้องรอลิฟต์นาน บางโครงการมีบันไดเป็นตัวเลือก ทำให้เข้าออกอาคารสะดวก ไม่เสียเวลา
- ค่าใช้จ่ายส่วนกลางต่ำกว่าโดยธรรมชาติ เพราะมีพื้นที่ส่วนกลางไม่มาก ทำให้ค่าดูแลรักษาไม่สูง
- เหมาะกับคนที่ทำงาน WFH บรรยากาศเงียบและมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า High Rise

ข้อจำกัดของ Low Rise
- วิวอาจไม่สวยเท่าตึกสูง
โดยเฉพาะคอนโดในเมืองที่ล้อมรอบด้วยตึกอื่น
- ที่จอดรถมีจำกัด
เนื่องจากพื้นที่อาคารโดยรวมมีขนาดเล็กกว่า
- สิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) แบบจัดเต็มมักไม่มี
เช่น สระลอยฟ้า ฟิตเนสขนาดใหญ่ หรือ Co-working space หลายสไตล์
คอนโด High Rise คืออะไร? ทำไมถึงยังเป็นตัวเลือกยอดนิยมในปี 2026

คอนโด High Rise มักมีความสูงตั้งแต่ 20–40 ชั้นขึ้นไป และโดยมากตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางเมือง หรือโซนที่เดินทางสะดวกในชีวิตประจำวัน
จุดเด่นของคอนโด High Rise
- วิวสวยระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นวิวเมือง วิวแม่น้ำ หรือวิวสวน ถือเป็นจุดขายหลักที่ผู้ซื้อจำนวนมากมองหา
- Facilities ครบแบบ “จัดเต็ม” เช่น สระลอยฟ้า, Sky lounge, Co-working space, ห้องสตรีม/ซาวน่า ฯลฯ
เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ใช้งานหลากหลายโดยไม่ต้องออกไปข้างนอก
- อยู่ใกล้แหล่งงานและรถไฟฟ้า ทำให้ประหยัดเวลาเดินทางและเพิ่มคุณภาพชีวิต
- เหมาะสำหรับปล่อยเช่า ผู้เช่าชาวต่างชาติและคนทำงานในเมืองนิยมโครงการระดับ High Rise มากกว่า
ข้อจำกัดของ High Rise
- ค่าส่วนกลางสูงกว่า
เพราะมีพื้นที่ส่วนกลางจำนวนมากและต้องบำรุงรักษาให้ดูดีอยู่เสมอ
- ความเป็นส่วนตัวน้อยลงในบางโครงการ
เนื่องจากจำนวนยูนิตมาก อาจมีการใช้พื้นที่ร่วมกันเยอะ
- เวลาเร่งด่วนลิฟต์อาจแน่น
โดยเฉพาะโครงการใหญ่ที่มีหลายร้อยยูนิต
ปี 2026 ควรเลือกแบบไหน? เทียบแบบลึกทุกหมวดที่คนซื้อควรรู้

1 การอยู่อาศัยจริง (อยู่เอง)
- ต้องการความสงบ: Low Rise เหมาะที่สุด
- ต้องการความสะดวก: High Rise ตอบโจทย์ชัดเจน
- ต้องการ Facilities เยอะ ๆ: High Rise เหนือกว่า
- ต้องการบรรยากาศบ้านพร้อมสวน: Low Rise ใกล้เคียงความรู้สึกนี้ที่สุด
2 การลงทุน (ปล่อยเช่า – เก็งกำไร)
- ปล่อยเช่า: High Rise ได้เปรียบ เพราะตรงใจผู้เช่าในเมือง
- เก็งกำไรระยะยาว: ทั้งสองแบบทำได้ แต่ขึ้นกับทำเลเป็นหลัก
- ความต้องการตลาด: โซน CBD และแนวรถไฟฟ้า → High Rise เป็นที่นิยมกว่า
3 ทำเล (ปัจจัยชี้ชะตาสำคัญที่สุดในปี 2026)
- Low Rise มักอยู่ในโซนเงียบ ถนนซอย เดินรถสบาย บรรยากาศดี
- High Rise อยู่ใกล้รถไฟฟ้า แหล่งงาน แหล่งช้อปปิ้ง ตอบโจทย์คนเมือง
ปี 2026 ทำเล BTS/MRT ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการเพิ่มมูลค่าคอนโด
4 งบประมาณ
- Low Rise ราคาต่อยูนิตประหยัดกว่า เหมาะกับ First Jobber หรือคนที่ต้องการคุมงบ
- High Rise ราคาเริ่มต้นสูงกว่า แต่ได้ทำเลและ Facilities ที่พร้อมกว่า
5 ไลฟ์สไตล์
- คนชอบออกกำลังกาย / ใช้ส่วนกลางทุกวัน → High Rise
- คนไม่ชอบความวุ่นวาย → Low Rise
- คู่รักหรือครอบครัวเล็ก → เลือกตามงบและความสงบ
- คนทำงานในเมืองต้องการลดเวลาเดินทาง → High Rise ได้เปรียบมาก
4. Checklist เลือกคอนโดแบบมือโปรในปี 2026

ก่อนตัดสินใจ ลองตอบคำถามเหล่านี้
- คุณต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกครบแค่ไหน?
- คุณโอเคไหมกับการรอลิฟต์ช่วงเวลาเร่งด่วน?
- งบประมาณในการดูแลรายเดือนอยู่ที่เท่าไหร่?
- วิวเป็นเรื่องสำคัญกับคุณไหม?
- ต้องการความเงียบแค่ไหน?
- ต้องการปล่อยเช่าหรือซื้ออยู่จริง?
ตอบครบ คุณจะเห็นภาพชัดเจนว่าตัวเองเหมาะกับแบบไหนมากที่สุด
High Rise หรือ Low Rise: ตัวเลือกที่ใช่ ขึ้นอยู่กับคุณ

ในปี 2026 ไม่มีคำตอบเดียวว่า คอนโด Low Rise หรือ High Rise แบบไหนดีกว่า เพราะดีแบบ “ต่างจุดเด่น” ทั้งคู่
- Low Rise เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว บรรยากาศสบายๆ และงบประมาณไม่สูง
- High Rise เหมาะกับคนที่เน้นความสะดวก วิวสวย ทำเลกลางเมือง และต้องการ Facilities ครบครัน
สุดท้าย การเลือกคอนโดควรพิจารณาจาก ไลฟ์สไตล์, งบประมาณ, และ ทำเล เป็นหลัก ไม่ใช่แค่ความสูงของอาคารเพียงอย่างเดียว เพราะคอนโดที่ดีคือตัวเลือกที่ทำให้คุณ “อยู่สบายไปอีกหลายปี” ไม่ใช่แค่ถูกใจตอนซื้อ
Chewathai Hallmark Ekkamai-Raminthra

คอนโด Low Rise ที่ทำลายทุกกฎเดิมของ Low Rise หลายคนคิดว่า Low Rise = เงียบสงบ แต่ Facilities น้อย ที่จอดรถจำกัด และ High Rise = ครบ แต่คนเยอะและวุ่นวาย
แต่ที่ Chewathai Hallmark เอกมัย–รามอินทรา เราได้รวมข้อดีของทั้งสองโลกไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
1. ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ออกแบบชีวิตให้ลงตัว…ในแบบคุณ โซนนั่งเล่นกว้าง ห้องนอนใหญ่พร้อม Walk-in Closet พร้อมพื้นที่สีเขียว บรรยากาศสงบเหมือนบ้าน แต่ยังได้ความสะดวกครบแบบคอนโดเมือง
2. ให้ที่จอดรถถึง 40% (รวมซ้อนคัน) จอดได้สบายๆ
3. Facilities ครบจัดเต็ม ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส Co-working space และพื้นที่ส่วนกลางสวยเหมือนรีสอร์ท
4.สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ
- โรงพยาบาลชั้นนำ: รพ.นวเวช, รพ.สินแพทย์
- ศูนย์การค้าใหญ่: Central Eastville, CDC, The Crystal
- สถานศึกษาคุณภาพ: รร.เลิศหล้า, นวมินทราชูทิศ, ม.เกษตรศาสตร์
นี่คือคอนโด Low Rise ที่ให้มากกว่าที่คุณคาดคิด สงบและเป็นส่วนตัว เหมือนบ้าน แต่ครบครัน เหมือนคอนโด High Rise ตอบโจทย์ทั้งการอยู่เองและการลงทุน พร้อมอยู่แล้ววันนี้* เริ่มเพียง 2.49 ลบ.*
สนใจสอบถามข้อมูลโครงการ โทร. 1260 กด 23
หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Chewathai : Build a Life

